ปัญหาการเข้าสังคมของเด็กเล็กในโรงเรียน

ปัญหาการเข้าสังคมของเด็กเล็กในโรงเรียน

          ภาพที่เราเห็นกันเป็นประจำ ในช่วงเวลาของการเปิดเทอมในทุกๆ ปีก็คือ ภาพเด็กตัวเล็กๆ ร้องไห้ งอแง อยู่ที่โรงเรียน และเชื่อว่าเราทุกคนก็คงเคยผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาแล้ว ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นกับตัวเราเองที่กำลังร้องไห้หรือเราจำภาพของเพื่อนเราที่กำลังร้องไห้อยู่ในตอนนั้นได้ ภาพแบบนี้มีให้เห็นอยู่ตลอด หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติของเด็กเล็กที่เข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเจอ ต้องเข้ามาอยู่ในสภาวะที่ไม่คุ้นชิน เจอสังคมใหม่นอกจากสังคมในบ้าน ต้องใช้ชีวิตร่วมกับเด็กคนอื่นๆ หลายคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ต้องเรียน ต้องเล่นร่วมกับเพื่อนอีกหลายคน พอเวลาผ่านไป การที่เด็กจะต้องมาโรงเรียนทุกวัน เด็กบางคนก็เริ่มที่จะปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่นี้ได้ ไม่มีอาการงอแง ร้องไห้อยากกลับบ้านอีกแล้ว มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ มากขึ้น ค่อยๆ เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากโรงเรียนมากขึ้น แต่กับเด็กบางคนก็ไม่เป็นเช่นนั้น นอกจากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นแล้วก็ยังมีปัญหาที่เกี่ยวกับเด็กเล็กอีกมากที่ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับตัวเด็กจะต้องคอยสังเกตและคอยสอบถามความรู้สึกในแต่ละวันของเด็กด้วย แล้วปัญหาที่ว่านั้นคืออะไร

          ปัญหาของเด็กเล็กในโรงเรียนที่เห็นได้ชัดเลยคือปัญหาในการเข้าสังคมของเด็กเล็ก เพราะว่ายังเป็นเด็กเล็ก การเข้ามาเรียนหนังสือโรงเรียนที่มีคนเยอะมากๆ จึงเป็นสังคมใหม่ที่ไม่คุ้นชินสำหรับตัวเด็กเล็ก เพราะเด็กบางคนก็ไม่เคยได้รับการฝึกเข้าสังคมมาก่อนจึงไม่ชินกับการเจอคนใหม่ๆ ไม่รู้จักวิธีการเข้าหาคนอื่นและรับมือกับคนอื่นที่เข้าหาตัวเอง เด็กบางคนอาจจะงอแงไม่ยอมฟัง ไม่ยอมทำตามคุณครู เด็กบางคนก็อาจจะยังไม่รู้จักการแบ่งปันสิ่งของต่างๆ ให้กับเพื่อน และเวลาที่เด็กอยู่ที่โรงเรียนก็จะไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้เหมือนอยู่ที่บ้าน อีกสาเหตุที่ทำให้เด็กเล็กมีปัญหาการเข้าสังคมได้นั่นก็คืออาการป่วยหรือโรคประจำตัวของเด็ก บางทีอาจจะเป็นข้อจำกัดที่ทำให้เด็กไม่สามารถทำกิจกรรมได้เหมือนเพื่อน ตัวเด็กก็อาจจะเกิดอาการอาย ไม่กล้าหรือคิดว่าทำไมตัวเขาไม่เหมือนเพื่อน และแน่นอนว่าสังคมในโรงเรียนนั้นก็รวมเด็กจากหลายครอบครัวที่แต่ละครอบครัวก็เลี้ยงดูมาไม่เหมือนกัน ทำให้เด็กๆ นั้นมีความแตกต่างกันทั้งด้านความคิด สติปัญญา การเรียนรู้ของแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน เด็กบางคนอาจจะเรียนรู้ช้ากว่าเพื่อน ตรงนี้ก็อาจจะทำให้เด็กคิดว่าตัวเองไม่ทันเพื่อน

          เด็กแต่ละคนก็มีปัญหาที่แตกต่างกันไป ดังนั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับเด็กควรหมั่นสังเกตและคอยสอบถามเรื่องราวต่างๆ ในแต่ละวันของเด็กว่าเป็นอย่างไร เผื่อมีปัญหาหรือมีอะไรที่ผิดปกติไป จะได้ช่วยแก้ไขปัญหาได้ทัน

Related Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *